บทความเรื่อง "แรงงานนอกระบบของประเทศสิงคโปร์"

แรงงานนอกระบบของประเทศสิงคโปร์

1. แรงงานนอกระบบของประเทศสิงคโปร์

แรงงานนอกระบบของประเทศสิงคโปร์ หมายถึง ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือประกอบอาชีพเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของธุรกิจซื้อขายสินค้าหรือบริการ (Self-employed Persons-SEP) อยู่ในตำแหน่งที่เข้าใจสถานการณ์ธุรกิจผลกำไรขาดทุน มีรายได้มาจากการซื้อขายสินค้า บริการ หรือ ความรู้เฉพาะทาง ซึ่งอาจเป็นเจ้าของ    แต่เพียงผู้เดียวหรือเป็นห้างหุ้นส่วนได้

ตัวอย่าง Self-employed Persons-SEP

- พี่เลี้ยงเด็ก     

- ตัวแทนบริษัทประกัน หรือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 

- ตัวแทนขายตรง

- ผู้ทำงานอิสระ (เช่น ได้รับค่าตอบแทนจากการให้บริการ เช่น ดีเจ, นักร้อง, นักเต้น, สอนออกกำลังกาย หรือ ที่ปรึกษา)

- เจ้าของธุรกิจขนาดย่อมในศูนย์อาหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดย National Environment Agency

- เจ้าของธุรกิจสินค้าและบริการ

- เจ้าของธุรกิจออนไลน์ (เช่นคุณซื้อและขายสินค้าหรือให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต)

- เจ้าของกิจการตามวิชาชีพ เช่น นักบัญชี สถาปนิก แพทย์ ทนายความ

- คนขับรถแท็กซี่

- ครูสอนพิเศษ (ภาคเอกชนที่หานักเรียนด้วยตัวเองหรือผ่านหน่วยงานและไม่ได้รับเงินเดือนจากศูนย์การเรียนการสอน)

2. การควบคุมดูแลโดยภาครัฐ

          2.1 รัฐบาลควบคุมโดยจะต้องจดทะเบียนบริษัท อาชีพอิสระบางอาชีพจะต้องมีใบอนุญาตประกอบอาชีพตามที่รัฐบาลกำหนดภายใต้การควบคุมโดยหน่วยงานของรัฐ เช่น คนขับรถแท็กซี่ เจ้าของธุรกิจขนาดย่อมในศูนย์อาหาร ตัวแทนบริษัทประกัน หรือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

          2.2 การสร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ รัฐบาลกำหนดให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าสู่ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund- CPF)* โดยกำหนดว่าหากมีรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายมากกว่า 6,000 เหรียญสิงคโปร์ จะต้องส่งเงินเข้าบัญชีเงินสะสมเพื่อสุขภาพ

 

* เป็นระบบประกันสังคมที่บริหารจัดการโดย Central Provident Fund- CPF ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ (Ministry of Manpower) เพื่อให้ชาวท้องถิ่น (หมายถึงผู้มีสัญชาติสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักถาวร (Singapore Permanent Residents-PR) ที่อยู่ในตลาดแรงงานมีทุนสำรองเลี้ยงชีพและหมดภาระเรื่องที่พักอาศัยรวมถึงมีเงินค่ารักษาพยาบาลอย่างพอเพียงหลังเกษียณอายุ

(Medisave-MA)** กำหนดสูตรในการคำนวณโดยใช้ปัจจัยด้านรายได้และอายุในการพิจารณา เช่น หากมีรายได้ 6,000 ถึง 12,000 เหรียญสิงคโปร์ และมีอายุน้อยกว่า 35 ปี ก็ต้องส่งเงินเข้าบัญชีเงินสะสมเพื่อสุขภาพ (Medisave-MA) ในอัตราร้อยละ 4 หากอายุและรายได้มากขึ้น อัตราก็จะเพิ่มขึ้นด้วย โดยมีอัตราสูงสุดที่ร้อยละ 10.50 โดยวงเงินสูงสุดใน MA ของปี 2559 ที่จำนวน 72,000 เหรียญสิงคโปร์

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund- CPF) มี 3 บัญชีดังต่อไปนี้

 

 

Ordinary Account (OA)

Special Account

(SA)

Medisave Account (MA)

การใช้เงินทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ที่พักอาศัย

การลงทุน

การศึกษา

สำหรับเกษียณอายุ และการลงทุนที่เกี่ยวข้องหลังเกษียณอายุ

การับการรักษาที่โรงพยาบาลและค่าเบี้ยประกันสุขภาพ           (ที่ได้รับอนุมัติ)

ผู้ประกอบอาชีพอิสระจะได้รับประโยชน์จากเงินที่มีอยู่ใน MA ดังนี้

                   1) เป็นค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพของผู้ประกอบอาชีพอิสระและสมาชิกในครอบครัว รวมถึงใช้จ่าย ค่าเบี้ยประกัน

                   2) ได้รับดอกเบี้ยสูงสุดร้อยละ 6

                   3) ใช้ลดหย่อนภาษีรายได้สูงสุดร้อยละ 37

                                4) การประสานงานของ CPF กับหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตประเภทต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ส่งเงินเข้าบัญชีเงินสะสมเพื่อสุขภาพ (Medisave-MA) อย่างถูกต้องจะได้รับความสะดวกในการยื่นขอหรือต่อใบอนุญาต

เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 มีผู้ประกอบอาชีพอิสระ (SEP) จำนวน 300,500 คน จำนวน 169,500 เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีการจ้างลูกจ้างจำนวน 169,500 คน และร้อยละ 82 ของผู้ประกอบอาชีพอิสระนำเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund- CPF) บัญชีเงินสะสมเพื่อสุขภาพ (Medisave-MA) ตามกฏหมายกำหนด

 

 

 

 

 

 

 

**ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ฝ่าฝืนข้อกำหนดและถูกส่งฟ้องศาลจะมีความผิดโดยมีโทษปรับ 2,500 เหรียญสิงคโปร์สำหรับความผิดครั้งแรก และ 10,000 เหรียญสิงคโปร์สำหรับความผิดซ้ำ

 

          2.3 ส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพอิสระได้มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือในโครงการ Workfare Income Supplement Scheme – WIS ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือในรูปเงินสดและเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ       (Central Provident Fund - CPF) สำหรับลูกจ้างที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอหรือรับการฝึกอบรมเพื่อยกระดับฝีมือและสำหรับนายจ้างที่ส่งลูกจ้างสูงอายุเข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีคุณสมบัติก็สามารถที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจากโครงการนี้ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นจำนวนเงินระหว่าง 933 เหรียญสิงคโปร์ สูงสุด 2,333 เหรียญสิงคโปร์ โดยร้อยละ 10 จ่ายเป็นเงินสด ร้อยละ 90 จ่ายเข้าบัญชีสะสมเพื่อสุขภาพ (Medisave-MA) 

2.4 โครงการ Drive and Save (DAS) เป็นโครงการที่ร่วมมือกันระหว่างสมาคมแท๊กซี่แห่งชาติ (National Taxi Association – NTA) และผู้ประกอบธุรกิจบริการรถแท๊กซี่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ (Ministry of Manpower) และคณะกรรมการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund) ให้ความช่วยเหลือผู้เช่าแท๊กซี่ที่ส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพบัญชีสะสมเพื่อสุขภาพ (Medisave-MA) อย่างน้อย 20 เหรียญสิงคโปร์ต่อเดือนจะได้รับเงินสมทบ 20 เหรียญสิงคโปร์จากผู้ให้เช่า (ภายใต้เงื่อนไขและข้อกำหนด)

          2.5 ผู้ประกอบอาชีพอิสระสูงอายุชาวสิงคโปร์ที่ได้คุณสมบัติภายใต้โครงการ Silver Support Scheme ที่มีรายได้ต่ำมาโดยตลอดชีวิตทำให้ไม่สามารถมีเงินเลี้ยงชีพอย่างเพียงพอหลังเกษียณอายุได้ รัฐบาลจะให้การช่วยเหลืออัตโนมัติโดยจำนวนเงินช่วยเหลือจะขึ้นกับขนาดของที่พักอาศัย*** ซึ่งเป็นจำนวนเงินระหว่าง 300-750 เหรียญสิงคโปร์ต่อสามเดือน  

          2.6 เนื่องจากผู้ประกอบอาชีพอิสระไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติเงินค่าทดแทน (Work Injury Compensation – WICA) สหภาพแรงงานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Trades Union Congress)  ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และ Self–employed Unit ได้ร่วมมือกันส่งเสริมให้คนขับรถแท๊กซี่ ผู้ฝึกสอนกีฬา และอาชีพอื่นๆ มีประกันที่เพียงพอหากได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน

         

 

 

 

 

 

*** พักอาศัย หมายถึงขนาดของที่พักอาศัยภายใต้ระเบียบ Housing Development Board

สนร. สิงคโปร์